Hadsiew

posted on 08 Apr 2008 20:49 by kids-artist

     

วันที่ 7 เมษายน ของทุกปี เป็นวันงานบวชนาคแห่ช้างของบ้านหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งถือเป็นขนบธรรมเนียม และยึดถือประเพณีนี้มานานถึง 150 ปี ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพวน และนับถือศาสนาพุทธร้อยละ 99 ของคนทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นชาวบ้านที่นี่จึงต้องมีการนำลูกหลานบวชเพื่อทดแทนพระคุณบิดา มารดา และการบวชของชาวบ้านที่นี่ไม่เหมือนกับที่ใดเลย เพราะจะแห่ด้วยช้าง ซึ่งเมื่อมีจำนวนเชือกมาก จะมีความงดงามอลังการณ์มาก
ในเช้าของวันที่ 7 บ้านที่มาการบวชทุกบ้านจะต้องจัดเตรียมข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมที่จะแห่ นาคไปรวมกันที่วัดหาดเสี้ยว เมื่อจัดเตรียมข้าวของเสร็จแล้วก็จะแห่นาคไปที่วัด โดยมีชาวบ้านมาเต้นรำ มีแตรวงซึ่งคอยสร้างเสียงเพลง สนุกสนานครื้นเครง และนาคก็แห่ไปโดยช้าง ซึ่งบนตัวช้างก็จะประกอบไปด้วย นาค ควาญช้าง คนถือร่ม คนถือธงชาติ เมื่อแห่ไปถึงวัดแล้ว นาคก็จะลงจากหลังช้างเพื่อเข้าไปในโบสถ์ รอนาคองค์อื่นมาให้ครบเมื่อนาคทุกองค์มาถึงบริเวณวัดกันแล้วก็จะมีพิธีเปิดในช่วงบ่าย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้อาวุโสทุกท่าน ในวันนี้ที่วัดหาดเสี้ยวเต็มไปด้วย ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ผู้คนที่นี่มีน้ำใจ อัธยาศัยดีมาก เราสามารถที่จะถามเรื่องราวความเป็นมาได้อย่างละเอียดมาก นี่แหละครับวิถีชีวิต อย่างท่องแท้ ช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกัน และชาวบ้านที่ผู้ชายจะแต่งกายด้วยชุดผ้าพื้นเมืองสีน้ำเงิน มีผ้าขาวม้าคาดเอว มีอายุหน่อยก็จะห้อยพระเครื่องเต็มคอ ส่วนผู้หญิงจะแต่งกายด้วยชุดผ้าซื่นตีนจกซึ่งชาวบ้านที่นี่ ถัก ทอ ตัด ทำกันเองทุกขั้นตอนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพของที่นี่ด้วย ซึ่งลวดลายก็จะแตกต่างกันไป และวันนี้ก็จะสวมหมวกสานกันเพื่อกันความร้อนที่แผดเผาลงมา ซึ่งหมวกนั้นก็ได้มาจากบ้านงานบวชเค้าจะทำแจกหละครับ เมื่อมีพิธีเปิดเสร็จแล้วก็เดินขบวนออกจากวัดหาดเสี้ยวไปตามถนนด้านทิศใต้ไปจนถึงตลาดสดตอนเช้าแล้วก็จะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพื่อเดินถนนสายหลัง ไปจนถึงซอยตลาดเย็นระยะทางไกลพอสมควรครับแต่วันนี้ ไม่ไกลเพราะเราร้องเล่นเต้นรำกันไป เดินไปจนถึงสุดซอยแล้วก็เลี้ยวออกมาถนนหลังอีกครั้ง มาถึงจุดนี้แล้วขบวนแห่ของแต่ละบ้านก็จะแยกย้านกันเข้าบ้านใครบ้านมัน ซึ่งจุดนี้ผมรอมาแสนนานครับ เพราะมีนาคซึ่งบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องข้ามแม่น้ำยมเพื่อกลับบ้าน จุดนี้เป็นภาพที่สวยงามมากครับสวยงามกว่าตอนที่เดินบนถนนซะอีก ..วันนี้เจอกับพี่ๆ อสท. ด้วยละครับ ดีใจมากเลย พี่เค้าก็มาถ่ายเพื่อจะไปลงหนังสือ มาขายให้พวกเราได้อ่านได้ ชมภาพสวยๆ กัน และ เมื่อช้างเข้าบ้านแล้ว ก็ต้องมีพิธีทำขวัญนาค และแห่นาคไปวัดอีกครั้ง มาถึงขั้นตอนนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกบวชตอนไหน จะตอนเย็นก็ได้ หรือว่าจะตอนเช้าก็ได้ และในช่วงกลางคืนบ้านที่มีงานบวชก็จะมี การจัดเลี้ยง มีวงดนตรีมาเล่น ถือว่าเป็นอันเสร็จสินพิธีการทั้งหมดของการบวช


เมษายนปีหน้าใครสนใจมาถ่ายก็ติดต่อผมมาได้เลยนะครับ จะจัดหาที่พักให้แล้วก็มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายรอท่านอยู่

ป้ายขบวนสังเกตด้านล่างยังทำจากผ้าซิ่น ตีนจกซึ่งชาวบ้านที่นี่ทำเองทุกกระบวนการ

ขบวนแห่

บนตัวช้างจะมี นาค ควาญช้าง คนถือร่ม คนถือธง

การแต่งหน้านาคของที่นี่

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

การเต้นรำของที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนไปไม่ไหวเสียงเพลงจะเป็นจังหวะใดก็ตาม จีบหันซ้ายตั้งวงหันขวา

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมเดินแห่ด้วย

นี่ถือเป็นจุดสำคัญที่ผมเฝ้ารอมาทั้งวันคือการเอาช้างที่เดินทั้งวันกับสภาพอากาศร้อนๆของช่วงเดือนเมษายน มาลงรับน้ำ และนาคที่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามก็จะใช้วิธีการเดิมข้ามแม่น้ำยมนี้ กลับบ้าน

ตัวผมและพี่แมน

จบแล้วครับการถ่ายภาพครั้งนี้

เมษายนปีหน้า ท่านใดสนใจมาถ่ายภาพก็ติดต่อผมได้

 

edit @ 8 Apr 2008 23:32:54 by KIDS-ARTIST

edit @ 11 Apr 2008 03:46:45 by KIDS-ARTIST

go to Lampang

posted on 05 Apr 2008 21:38 by kids-artist

           เช้าวันใหม่ กลางเดือนมกราคม เสียงไก่ร้องดัง ตัวผมต้องรีบตื่นทำภารกิจส่วนตัวให้เสร็จเพราะวันนี้เป็นการไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง หลักจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ ก็เดินออกจากบ้านไปพร้อมกับ backpack ใบใหญ่และกล้อง Compact ตัวเล็กจาก ค่าย Canon ที่คุณสมบัติไม่เล็กเลย เดินไปโรงเรียน ขึ้นรถทัวร์ชั้นดีที่เค้าจัดให้ผมเลือกนั่งด้านหน้าสุด ฝั่งคนขับจะได้ดูทาง ดูธรรมชาติ รถก็ออกมาตั้งแต่เช้าเลย แวะซื้อของที่ ปั๊ม ปตท.แถวอำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ผมกิน Shark ไปหนึ่งกระป๋อง ชีวิตมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก แล้วก็ขึ้นรถไปต่อกันเลยจุดมุ่งหมาย อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจังหวัดลำปาง ก็เดินทางผ่านในตัวเมือง แล้วก็จะมีป้ายบอกอยู่ รถจอดที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนผมและพวกเพื่อนเก็บกระเป๋า สัมภาระของตัวเองไว้ในห้องพัก ซึ่งทางอุทยานมีห้องพักจัดเตรียมไว้หลายชนิด เช่น ค่ายพักแรม แบบนอนในห้อง หรือ จะนอนในเต็นท์ก็มี ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม หรือว่าจะมากันเป็นคู่ หรือครอบครัวก็มีเรือนรับรองไว้ให้ เก็บของเรียบร้อยแล้วก็กินข้าว ทำกิจกรรมฐาน กินข้าวเย็น ทำกิจกรรมตอนกลางคืน สนุกสนานดีครับ ทำกิจกรรมมาเหนื่อยแล้วก็เข้านอนกัน จบไปแล้ววันแรกไม่ค่อยมีอะไรมากนัก

เช้าวันที่ 2 ตื่นขึ้นมาร้องหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ อากาศเย็นมากครับที่นี่ หยิบกล้องตัวเล็กมาถ่าย พระอาทิตย์ในตอนเช้าก็สวยดีครับ เรียบร้อยแล้ว ก็ไปกินข้าวที่เรือนรับรองชื่อร้านจำไม่ได้ครับ เมนูอาหารอร่อยทุกอย่างแต่ที่ชอบที่ ก็คือ ยำไข่ลวกนี่แหละครับ ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนเค้าก็เอาไข่ไก่ไปลวกในนั้นแหละ มาให้พวกผมกินกัน อร่อยมาก เปรี้ยวนิดๆ มานข้าวเช้ากันแล้วก็ ทำกิจกรรมฐานถึงเที่ยง ไปกินข้าวที่เดิมแต่เมนูใหม่ อร่อยเหมือนเก่า กินข้าวเสร็จแล้ว เวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึงแล้ว การได้ไปเดินป่า ทุกคนก็เฝ้ารอมานาน แล้วเราก็ไปเดินป่ากันโดยแบ่งเป็นกลุ่มมีเจ้าหน้าที่ คอยบรรยายตลอดทาง เดินเข้าไป ไกลพอสมควรครับจากลานน้ำพุ เดินเข้าไปจนถึงน้ำตก น้ำตกแจ้ซ้อน มี 6 ชั้นครับ ทุกชั้นเล่นน้ำไม่ได้อันตรายมากผม ก็เดินขึ้นไปถึง ชั้น 6 เลย แล้วก็เดินลงมา ที่ลานน้ำพุเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบก็ลงเล่นน้ำ ที่ลำธารเล็กกับเพื่อนๆอีกหลายคนเล่นน้ำเย็นกันอยู่สักพัก ก็หนาวแล้วสิ ก็เลยขึ้นมาจากลำธารเล็กๆ เดินไปแช่น้ำพุร้อน ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ คือ ห้องรวม และห้องส่วนตัว ผมเพื่อนเยอะเลยไปเล่นห้องรวมกัน น้ำร้อนๆๆแช่กันอยู่พักใหญ่ ผมเองก็ขึ้นมา ซื้อโพสต์การ์ด เขียนบรรยายส่งให้คนรัก เขียนเสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องพัก อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เพื่อรอ ทานข้าวและกิจกรรมกลางคืน ข้าวเย็นอร่อยอีกแล้ว ทานข้าวเสร็จก็ไปกิจกรรมกลางคืนสนุกสนานมากคืนนี้ มีประกวดหลายอย่างทำกิจกรรมเสร็จก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักนอน

 

วันสุดท้ายของการเดินทาง แสงอาทิตย์อ่อนๆ ค่อยๆพากันโพล่ขึ้นจากท้องฟ้าเป็นสีส้มบ้าง สีเหลืองบ้าง ผมก็ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงเพลงของเพื่อนๆโรงเรียนหญิงของที่นี่ ที่เค้ามาเข้าค่าย ยุวกาชาดกัน  สาวที่นี่น่ารักมากครับผิวสีขาว แก้มสีชมพู พอดีกว่าไปกันใหญ่ ตื่นมาแล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว รอไปทานข้าวครับก็ไป มื้อนี้ก็อร่อยอีกแล้ว ทานเสร็จแล้วก็ได้เวลาไปที่ ลานน้ำพุร้อนไปแช่ไข่กินกัน แต่เราไม่ต้องแบกไข่ไก่ที่บ้านไปเองนะครับ ที่นั่นเค้ามีขาย ไปอุดหนุนกิจการของทางอุทยานเค้าหน่อย จะได้มีเงินมาซ่อมแซมส่วนสึกหรอมาพัฒนาอุทยาน นั่งลวกไข่ เดินไปเดินมา ลวกตรงนั้นกินตรงนั้นเลย ใส่ซอสเล็กน้อย อร่อยได้ที่ แล้วก็เดินถ่ายรูป เบื่อแล้วก็มานั่งเล่น กีต้าร์กับเพื่อน เล่นกันจนเพลิน ได้เวลาอาหารเที่ยวแล้ว มื้อนี้กินเยอะมากเพราะจะกลับบ้านแล้วทานข้าวเสร็จก็ขึ้นรถทัวร์ชั้นดีกลับอุตรดิตถ์........

ขอบคุณพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับป่า

ขอบคุณคุณครูที่พาพวกเราไป

เส้นทาง ตัวเมืองลำปาง-อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

แสงสว่าง ท่ามกลางความมืด

ลำธารที่ไหลลงมาจากน้ำตก

น้ำตกชั้นแรก

คณะทัวร์โรงเรียนสาธิต

ลำธารสำหรับเล่นน้ำเย็นๆด้านบนเป็นบ่อน้ำพุร้อน

เต็นท์สำหรับพักแรม

เช้าวันใหม่

เช้าวันใหม่ เวลาไล่เลี่ยกัน

ลานน้ำพุร้อน

รูปถ่ายจากกล้อง Compact ค่าย Canon

line line

posted on 05 Apr 2008 20:31 by kids-artist

 สวัสดี สวัสดี *

 

 วันนี้มีงาน เล็ก ๆ น้อย ๆ มาไห้ ติชมกัน

 รูปข้างล่าง เจอ โมเดลลิ่ง แล้วชอบ ทรงผม เลยเอาหนังสือมากาง แล้ววาดตาม สดมาก!

มันเลยออกมาเบี้ยว ๆ ๕๕๕

ข้างล่าง ตอนแรกจะวาดหน้าผู้หญิง

แต่พอวาดผมปุ้บ รู้สึกมัน น่าหนุกเลยวาด จนเต็มหน้าเลยงัย

๕๕๕

 รูปข้างล่าง

วาด+ลงสี ใน photoshop

ผมว่ามันแปลกๆ รึ สีปากมันจัดไป ?

๕๕๕

V

V

V